งานวันสถาปนาอำเภอและสืบสานตำนานพระอุเชนทร์


พระอุเชนทร์เป็นเทพเจ้าประจำอำเภอฉวางและประจำกรมช้างกลาง ทำด้วยหินทรายแดง มีขนาดหน้าตัก 0.22 เมตร สูง 0.33 เมตร เมื่อกรมช้างกลางถูกลดบทบาทลงโดยให้กรมการอำเภอฉวางจับช้างแทน ในอดีตนั้นเมืองนครศรีธรรมราชมีการจับช้างเพื่อส่งเข้าถวายงานในเมืองหลวง และบางเชือกส่งไปฝึกและขายไปยังต่างประเทศ ดังนั้นพระอุเชนทร์จึงมีความสำคัญมาตั้งแต่อดีตกาล

 

พระอุเชนทร์เป็นเทพเจ้าประจำอำเภอฉวางและประจำกรมช้างกลาง ทำด้วยหินทรายแดง มีขนาดหน้าตัก 0.22 เมตร สูง 0.33 เมตร เมื่อกรมช้างกลางถูกลดบทบาทลงโดยให้กรมการอำเภอฉวางจับช้างแทน ในอดีตนั้นเมืองนครศรีธรรมราชมีการจับช้างเพื่อส่งเข้าถวายงานในเมืองหลวง และบางเชือกส่งไปฝึกและขายไปยังต่างประเทศ ดังนั้นพระอุเชนทร์จึงมีความสำคัญมาตั้งแต่อดีตกาล

          มีเรื่องเล่ากันว่าพระอุเชนทร์แต่เดิมนั้นได้อัญเชิญไปประดิษฐานที่ถ้ำพรรณรา (ในอดีตเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอฉวาง) และถูกนำมาจากถ้ำพรรณราเพื่อนำมาประดิษฐานที่ว่าการอำเภอฉวางเก่าในปีพ.ศ.2442 โดยสมัยนั้นเรียกว่า “วังอ้ายล้อน” ต่อมามีการย้ายที่ว่าการอำเภอ วังอ้ายล้อนจึงถูกทิ้งให้เป็นป่ารกร้าง (ปัจจุบันคือสวนของชาวบ้านอยู่ตรงข้ามกับวัดโคกหาดตั้งอยู่ริมคลองที่ไหลมาจากคุดด้วน) เข้าใจว่าไม่ได้มีการนำพระอุเชนทร์ไปด้วย หลังจากนั้นก็เกิดสิ่งประหลาดบ่อยครั้งคือ ชาวบ้านมักได้ยินเสียงโห่ร้องเหมือนคนโห่ดัง แหวๆๆ โดยดังมาจากทางวังอ้ายล้อน เป็นแบบนี้อยู่ประมาณ 10 กว่าปี ชาวบ้านละแวกนั้นมักจะนิยมบนบานต่อพระอุเชนทร์ให้พืชผลไร่นาออกผลดี ไม่ให้ช้างมาเหยียบหรือมาทำลาย โดยชาวบ้านไม่ทราบว่าพระอุเชนทร์ประดิษฐานอยู่ตรงจุดไหนเพียงแต่ไปบนบาน ณ สถานที่ที่พระอุเชนทร์เคยประดิษฐานอยู่ โดยจะบนบานด้วยเทียน 3 ง่าม คือเทียนที่มัดติดกัน 3 ด้าม แล้วแยกออกจากกันเป็น 3 ง่าม

          อยู่มาวันหนึ่งนายด้วน และนายเงิน ทองบัว สองพ่อลูกได้บนบานต่อพระอุเชนทร์เหมือนกับชาวบ้านทั่วไป แต่เขากลับลืมแก้บน ต่อมาขณะที่นายด้วนกำลังเดินทางไปเรียนหนังสือยังวัดสวนขัน มือของนายด้วนเกิดติดกันโดยไม่สามารถแยกออกจากกันได้ นายด้วนคิดออกว่าสงสัยจะลืมแก้บนพระอุเชนทร์แน่นอน แต่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ระหว่างทางกลับบ้านคนที่ไปเรียนกับนายด้วนเห็นคนไม่มีหัวถือกระบองยืนขวางทางอยู่ เป็นดังนั้นคนผู้นั้นจึงรีบวิ่งไปบอกพ่อแม่ของนายด้วน เมื่อรับนายด้วนกลับมาจึงทำพิธีขอขมาและแก้บนกับพระอุเชนทร์ เหตุการณ์จึงกลับเป็นปกติ

          หลังจากนั้นประมาณปีเศษนายเงินและนายด้วน พากันไปหาหวายเพื่อนำไปขาย ระหว่างที่ทั้งสองฟันลงไปที่โคนต้นไม้ ปรากฏว่าไปถูกกระทบกับหิน ทั้งสองเข้าใจว่าเป็นหินลับมีด พอพลิกดูก็ปรากฏเป็นรูปช้าง มีงวง มีงา มีหัวบริบูรณ์ นายเงินจึงบอกนายด้วนว่า “นี่แหละพระอุเชนทร์” ทั้งสองจึงยกพระอุเชนทร์พิงไว้กับต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น พระอุเชนทร์จึงแสดงอภินิหารทำให้ฝนตกติดต่อกันเจ็ดวันเจ็ดคืน นายเงินคิดว่าฝนตกติดต่อกันหลายวันต้องเป็นเพราะพระอุเชนทร์แน่ จึงกลับไปพลิกเอาหน้าพระอุเชนทร์ลงกับพื้นดิน ฝนที่ตกหนักจึงกลับมาแล้งทันที

          พ่อท่านคล้ายได้ทราบถึงเรื่องอภินิหารนี้จากคำเล่าลือกันของชาวบ้าน จึงเรียกนายเงินไปพบ เมื่อพ่อท่านคล้ายทราบเรื่องพระอุเชนทร์โดยละเอียดแล้วถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ตรงกับวันที่ 26 เมษายน ปีพ.ศ. 2469 พ่อท่านคล้ายพร้อมด้วยสารวัตรเสน, ผู้ใหญ่เลิศ, นายเพิ่มและนายหนู ธราพร, นายพรมและนายรักษ์ เทพศักดิ์, นายเกลี้ยง พลพา ได้พาเรือของเจ๊กกวด เป็นเรือยาวประมาณ 3 วา ล่องมาทางคลองคุดด้วน ระหว่างนั้นฝนตกหนักมาก ทั้งหมดเดินทางไปจนถึงที่พระอุเชนทร์ประดิษฐานอยู่ พ่อท่านคล้ายได้ทำพิธีอัญเชิญกลางสายฝน โดยจุดเทียนขึ้นมากลางสายฝนโดยเทียนไม่ดับ เมื่อสารวัตรเสนเข้าไปอุ้มพระอุเชนทร์เทียนก็ดับทันที ระหว่างกลับวัดพ่อท่านคล้ายถามว่า “หนักม้ายละบ่าว” สารวัตรเสนตอบว่า “ไม่หนัก” นี่แสดงให้เห็นว่าพระอุเชนทร์รับการอัญเชิญของพ่อท่านคล้ายแล้วนั่นเอง ระหว่างทางกลับวัดฝนตกหนักมาก เมื่อถึงวัดสวนขัน มีชาวบ้านประมาณ 200 คนมารอรับ ทั้งหมดได้ตั้งขบวนแห่พระอุเชนทร์ไปประดิษฐานที่กลางพระอุโบสถ และทำพิธีสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ ปัจจุบันพระอุเชนทร์องค์นี้ยังคงประดิษฐานอยู่ที่วัดสวนขัน อยู่เป็นคู่บุญบารมีกับพ่อท่านคล้ายตลอดมา

          แต่ก็มีเรื่องเล่าอีกแนวทางหนึ่งว่าตอนที่ย้ายที่ว่าการอำเภอฉวางเก่าจากวังอ้ายล้อนมานั้น ระหว่างทางคนงานผู้ขนย้ายสิ่งของได้ทำพระอุเชนทร์ตกน้ำ โดยไม่สามารถนำขึ้นมาได้ แต่ไม่กล้าบอกให้ใครทราบ หลายปีผ่านไปพระอุเชนทร์แสดงอภินิหาร โดยจะมีเสียงช้างร้องดังมากในเวลากลางคืน ยิ่งเป็นวันพระยิ่งร้องเสียงดัง ทำเอาชาวบ้านละแวกนั้นต่างหวาดกลัว  พ่อท่านคล้ายทราบเรื่องนี้จึงบอกว่า “นั่นคือเสียงพระอุเชนทร์” พ่อท่านจึงได้ล่องเรือกับชาวบ้านไปงมเอาพระอุเชนทร์ขึ้นมา ระหว่างกลับวัดเกิดลมแรงและฝนตกหนักมาก พ่อท่านคล้ายพูดว่า “ที่ยังกว้าง ฝนตกไม่ถึงเรือ” ก็เป็นจริงดังนั้นฝนตกไปได้เพียงครึ่งทางก็หยุด โดยฝนตกไล่ตามหลังเรือมาแต่ไม่ถึงเรือ นี่คือบารมีของพระผู้มีวาจาสิทธิ์ พระสมุห์อิ่มเล่าว่า พระอุเชนทร์ก่อนหน้านี้มีงาทั้งสองข้าง มีอิทธิฤทธิ์อภินิหารมากมาย พ่อท่านคล้ายได้ตัดงาออกเสียหนึ่งข้าง

          หลังจากนั้นต่อมาพระอุเชนทร์ได้เคยถูกขโมยไปจากวัดในปีพ.ศ.2516 ถูกขโมยไปขายที่กรุงเทพ 1,600 บาท หลวงพ่อเดช, นายสิริ พาณิชกุล, สิบเอกสุฤทธิ์ นวลนุช และโจรกลับใจ 1 ท่านได้ไปสืบหาจนพบร้านที่เอาไปขายที่กรุงเทพ ได้บอกเรื่องราวต่างๆ ให้เจ้าของร้านทราบ เจ้าของร้านก็ยอมคืนให้โดยดี โดยไม่คิดเงินและทำบุญมาอีก 500 บาท นี่คงเป็นอภินิหารอีกอย่างหนึ่งของพระอุเชนทร์และเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าพระอุเชนทร์องค์นี้คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บุญบารมีของพ่อท่านคล้าย จะต้องประดิษฐานอยู่ที่วัดสวนขันตลอดไป เมื่อได้พระอุเชนทร์กลับมาพบว่าถูกเจาะพระนาภีหรือสะดือ เข้าใจว่าคนร้ายนึกว่ามีทองคำซ่อนอยู่ พระครูนิมมานโกศล (หลวงพ่อเริ่ม) ได้สร้างฐานและตกแต่งให้สมบูรณ์ ปัจจุบันพระอุเชนทร์ประดิษฐานอยู่ที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดสวนขัน และได้ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรเป็นโบราณวัตถุเป็นสมบัติของชาติ

          สำหรับการจัดกิจกรรมสถาปนาและการบวงสรวงจะดำเนินการประมาณต้นเดือนเมษายนของทุกปี ซึ่งมีจะมีการประกอบพิธีทางพุทธศาสนา โดยมีทั้งข้าราชการ และ ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม

          นอกจากนี้ยังมีประเพณีที่สำคัญในทางพระพุทธศาสนาซึ่งชาวบ้านจะร่วมจิตร่วมใจในการสืบสาน การปฏิบัติตนเป็นพุทธศาสนานิกชนที่ดี ซึ่งมีการจัดงานในวันสำคัญ เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา เป็นต้น

          และประเพณีในช่วงเทศกาลเช่น วันสงกรานต์ ซึ่งมีการจัดกิจกรรมของชุมชน การให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ แสดงให้เห็นถึงความรักและความสามัคคีของคนในชุมชน เป็นการรวมญาติครั้งใหญ่ของชุมชน มีการจัดนิมนต์พระมาทำบุญ ขอพรจากผู้เฒ่าผู้แก่ ลูกหลานนำปิ่นโตมาร่วมรับประทานอาหารพร้อมกัน ทั้งเด็กเล็ก คนวัยทำงาน ผู้สูงอายุ เป็นบรรยากาศแห่งความสุขของทุกๆคนที่มาร่วม เป็นการสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน


สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • blog-image

    ไม้กวาดก้านปาล์ม

    ชุมชน : ถ้ำพรรณรา

  • blog-image

    แชมพูน้ำผึ้งดอกอัญชัน

    ชุมชน : ถ้ำพรรณรา

  • blog-image

    สบู่น้ำผึ้งแบบก้อน

    ชุมชน : ถ้ำพรรณรา

  • blog-image

    น้ำผึ้งแท้ 100% บรรจุขวด

    ชุมชน : ถ้ำพรรณรา

  • blog-image

    ตะกร้าสานพลาสติกใส่ของอเนกประสงค์มีฝาปิด

    ชุมชน : ถ้ำพรรณรา

  • blog-image

    ตะกร้าสานพลาสติกใส่ของ

    ชุมชน : ถ้ำพรรณรา


Blog ที่เกี่ยวข้อง

  • blog-image

    นายสุทา อาวุธเพชร

    ภูมิปัญญา/ปราชญ์

    นครศรีธรรมราช ถ้ำพรรณรา

    เชี่ยวชาญการริเริ่มเลี้ยงผึ้ง โดยศึกษาหาความรู้การลี้ยงผึ้งตามธรรมชาติด้วยตนเอง…
  • blog-image

    ไม้กวาดก้านปาล์ม

    น้ำผึ้ง ผึ้งโพรงไทย

    นครศรีธรรมราช ถ้ำพรรณรา

    เมื่อเรามีวัตถุดิบอยู่ในท้องถิ่น คือ “ปาล์ม” ทำให้เกิดแนวคิดในการสร้างงานและสร้างอาชีพ…
  • blog-image

    สบู่น้ำผึ้งแบบก้อน

    น้ำผึ้ง ผึ้งโพรงไทย

    นครศรีธรรมราช ถ้ำพรรณรา

    กลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรงไทย บ้านโพธิ์ประสิทธิ์มีสมาชิกผู้เลี้ยงผึ้งโพรงประมาณ…
  • blog-image

    ตะกร้าพลาสติก

    น้ำผึ้ง ผึ้งโพรงไทย

    นครศรีธรรมราช ถ้ำพรรณรา

    จุดเริ่มต้นของการรวมกลุ่มของสมาชิก เพราะต้องการพัฒนางาน…
  • blog-image

    งานแห่กระจาด และ งานประเพณีขึ้นถ้ำปิดทองนมัสการพระพุทธไสยาสน์ วัดถ้ำทองพรรณรา

    ประเพณี/วัฒนธรรม

    นครศรีธรรมราช ถ้ำพรรณรา

    ประเพณีแห่จาดขึ้นถ้ำ เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณ…
  • blog-image

    นายละออง ชัยภักดี

    ภูมิปัญญา/ปราชญ์

    นครศรีธรรมราช ถ้ำพรรณรา

    เชี่ยวชาญเรื่องพิธีกรรมทางศาสนา สามารถประกอบพิธีกรรมต่างๆ…