อัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์


โครงการพัฒนาที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตร และส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวให้ชุมชน

 

อัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์

          เป็นโครงการพัฒนาที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนา ตั้งอยู่ริมคลองอัมพวา ติดถนนเลียบคลองอัมพวาและถนนประชาอุทิศ เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนานำที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา ที่คุณประยงค์ นาคะวะรังค์ ข้าราชการบำนาญโรงพยาบาลทรวงอก กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นชาวอัมพวาได้น้อมเกล้าฯถวาย มาดำเนินการพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนอัมพวา แต่เดิมมีคำพูดติดปากว่า ”สวนในบางกอก สวนนอกบางช้าง” บางกอกคือคลองบางกอกน้อยซึ่งปัจจุบันสภาพเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว บางช้างคือบริเวณชุมชนอัมพวาเดิมเรียกว่าคลองบางช้าง ซึ่งเป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่เกี่ยวข้องกับความเป็นชาติไทย มีวัฒนธรรมและประเพณีที่งดงาม สะท้อนความเป็นไทยได้อย่างน่าภาคภูมิใจ สมควรที่จะอนุรักษ์และพื้นฟูวิถีการดำรงชีวิตชุมชนอัมพวาให้สามารถอยู่ได้อย่างเข้มแข็ง เรียบง่าย ยั่งยืน และมีความสุขท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของสังคม ดังนั้นการพัฒนาและการจัดการพื้นที่แห่งนี้ จึงต้องดำเนินไปอย่างถูกต้อง เหมาะสมและได้รับความร่วมมือจากชาวอัมพวาทุกคน โดยนำหลักการพัฒนาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นแนวทางและหลักการดำเนินงานที่สำคัญ

          ที่ดินของโครงการที่คุณประยงค์ถวายนั้น มีประมาณ 22 ไร่ และอาคารเรือนแถวอีกจำนวนหนึ่ง โครงการนี้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นบ้านพักอาศัยผสมกับสวนมะพร้าวที่มีอยู่เดิม ส่วนที่สองเป็นพื้นที่สวนสาธิตการเกษตรซึ่งเก็บรักษาให้อยู่ในสภาพเดิม มีผลไม้หลากชนิด เช่น ลิ้นจี่ ลำไย มะพร้าว ส่วนที่สามเป็นอาคารเรือนแถวริมน้ำ และส่วนที่สี่เป็นบริเวณก่อสร้างอาคารเรือนไม้อนุรักษ์ จำนวน 6 หลัง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับจัดกิจกรรมสาธิตการประกอบอาชีพ จำหน่ายสินค้าชุมชน แสดงศิลปวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของชุมชนอัมพวา รวมทั้งใช้เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้า เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ช่วยสร้างอาชีพและรายได้แก่ชาวอัมพวา

กิจกรรมต่างๆ ของโครงการ

  1. สวนสาธิตการเกษตรเพื่อการเรียนรู้ เป็นการจัดพื้นที่สวนผลไม้เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ถึงภูมิปัญญาและวิถีชีวิตท้องถิ่นอัมพวาในด้านการเกษตรโดยเฉพาะผลไม้ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของอัมพวา ทั้งยังเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ของนักวิชาการเกษตร เกษตรกร และผู้สนใจอย่างที่เราทราบจากบริบทพื้นที่ตำบลอัมพวาพบว่าอาชีพการทำสวนมะพร้าวน้ำตาลเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ และทำให้ชุมชนเข้มแข็งมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะน้ำตาลมะพร้าว ที่มีผลผลิตมาจากมะพร้าวน้ำตาล ซึ่งเป็นที่มีเรื่องราวในชุมชนของตัวเองมาอย่างยาวนาน โดยเกษตรกรชาวอัมพวา จะมีการทำสวนโดยแบ่งออกเป็น 2 รอบ คือ ช่วงเช้าตรู่ ก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น และช่วงบ่ายแก่ๆ ที่แสงแดดจะลดความร้อนแรง ชาวสวนจะทำการปีนต้นมะพร้าว โดยใช้“พะอง” ซึ่งเป็นไม่ไผ่ที่มีความยาวขึ้นไปยังคอของต้นมะพร้าว “ปาดช่อดอก” หรือเรียกว่า “การปาดงวง” และรองรับน้ำมะพร้าวน้ำตาลด้วย กระบอกอะลูมิเนียม หรือทำจากพลาสติก ที่ใส่ไม้ฝาดเช่น พะยอม หรือตะเคียน ไว้ภายใน เพื่อป้องกันการบูด เมื่อเสร็จแล้วจะนำถุงพลาสติกครอบคลุมส่วนที่ปาดไว้เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงมาดูดน้ำหวานออกไป จากนั้นเมื่อได้น้ำมะพร้าวสดๆ จะมีการนำไปเคี่ยวด้วย “เตาที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน” โดยจะใช้การเผาให้ความร้อนจากฟืนเท่านั้น เพราะจะทำให้มีควันน้อย และได้ความร้อนที่แตกต่างกัน โดยจะมี “โค” เป็นอุปกรณ์จักสานเหมือนตะกร้ามาครอบไว้เพื่อกรองฟองจากการเดือดล้นกระจายออกจากเตา เมื่อเดือดได้ที่จะก็นำขึ้นมาตีไล่ฟองอากาศออก โดยใช้ “ไม้วี” เพื่อให้เข้มข้น และความเหนียวเมื่อเริ่มจับตัวได้จะได้นำมาใส่ในพิมพ์จนเป็นน้ำตาลมะพร้าว และนำออกจำหน่าย เป็นน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลปึก หรือน้ำตาลหม้อ ซึ่งเอกลักษณ์จะเหมือนกันคือความ “หวานมัน” เป็นสินค้าเลื่องชื่อของชาวอัมพวา




  2. ร้านค้าชุมชน จัดเป็นร้านค้าให้ชุมชนต่างๆในเขตเทศบาลตำบลอัมพวาเช่าพื้นที่เพื่อจำหน่าย หรือจัดแสดงสินค้า เพื่อให้ชุมชนอัมพวาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานและสร้างรายได้ให้ชาวอัมพวา การเช่าจะทำสัญญาระยะสั้น 4 เดือน เพื่อหมุนเวียนให้ชุมชนอื่นมีโอกาสเช่าพื้นที่ซึ่งคิดค่าเช่าเพียง เดือนละ 800 บาท

  3. ลานวัฒนธรรม “นาคะวะรังค์” เป็นลานอเนกประสงค์สำหรับการแสดงและกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่นจะจัดกิจกรรมต่างๆ หมุนเวียนปีละ 3 ครั้ง (เมษายน สิงหาคม และธันวาคม) เพื่อเล่าเรื่องราวความเป็นมา รูปแบบวิถีชีวิต และวัฒนธรรมพื้นบ้านของชุมชนอัมพวา และวัฒนธรรมชาวอัมพวาและชุมชนลุ่มแม่น้ำแม่กลอง การฉายภาพยนตร์กลางคลอง แสดงดนตรี ไทย และจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นของชุมชนอัมพวา

  4. ร้านกาแฟโบราณ “ชานชาลา” เป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่มและอาหารพื้นบ้านและมีการหมุนเวียนอาหารที่มีรสชาติดีและเป็นฝีมือของชาวอัมพวามาจำหน่าย ทางร้านได้มีการตกแต่งให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ มีลักษณะเปิดโล่ง เหมือนชานชาลาสถานีรถไฟสายแม่กลอง ซึ่งเป็นเส้นทางเดินรถไฟที่เก่าแก่ที่ยังคงวิ่งผ่านตลาดแม่กลอง ส่วนพนักงานที่ให้การบริการจะพยายามหาบุคลากรและนักเรียนทำงานบางเวลา ซึ่งคัดเลือกจากในชุมชนอัมพวาทั้งหมด

  5. ห้องนิทรรศการชุมชน : เป็นพื้นที่จะแสดงนิทรรศการและกิจกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนแม่กลองและอัมพวา มีการจัดรูปแบบและเนื้อหาของนิทรรศการให้หมุนเวียนและ สอดคล้องกับเนื้อหาการจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยให้ความสำคัญกับการให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนอัมพวา เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชุมชน ส่งเสริมเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ความรู้ภูมิปัญญาและผลิตภัณฑ์ของชุมชนท้องถิ่น

      ตั้งอยู่เลขที่ 40 ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 8 ไร่ 2 งาน 16 ตารางวา อาณาเขตทั้งสี่ทิศจดที่ดินเอกชน ประกอบด้วย อุโบสถสร้างเมื่อปี พ.ศ.2440ศาลาการเปรียญ สร้างเมื่อปี พ.ศ.2523 หอสวดมนต์  สร้างเมื่อปี พ.ศ.2528 กุฏิสงฆ์ สร้างเมื่อปี พ.ศ.2529ศาลาเอนกประสงค์ สร้างเมื่อปี พ.ศ.2513 ปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ พระประธานประจำอุโบสถ์ พร้อมพระโมคคัลลานะ และพระสารีบุตรวัดเกษมสรณาราม ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2350 เดิมชื่อ “วัดใหม่ตาเพชร” ผู้บริจาคที่ดินให้สร้างวัด คือ “นายเพชร” ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดเกษมสรณาราม” ตามบัญชาของ “สมเด็จพระสังฆราช” (จวน อุฎฐายี)  ในปี พ.ศ.2476 เป็นวัดที่ได้รับการพัฒนาและบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยตลอด จนถึงปัจจุบัน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ.2420

          “หลวงปู่อ้น” มีนามเดิมว่า “ม.ร.ว.อ้น อิศรางกูร ณ อยุธยา” นิสัยของท่านรักสันโดษ อุปสมบทที่วัดระฆัง เมื่ออุปบทแล้ว จำพรรษาอยู่ที่วัดระฆังฯ รับใช้และศึกษาวิปัสสนากรรมมัฏฐานและไสยเวทอยู่กับท่าน “สมเด็จพระพุฒาจารย์โต” ท่านเป็นศิษย์อาวุโสของท่าน “สมเด็จพระพุฒาจารย์โต” ต่อมาท่านได้ไปอยู่ที่วัดปรกคลองวัว หรือวัดปรกสุธรรมาราม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ต่อจากนั้นท่านได้ไปอยู่ที่ “วัดบางจาก” จนถึงแก่มรณภาพ

          สิ่งที่น่าสนใจ สักการะ บูชา “พระหลวงปู่อ้น” ลูกศิษย์อาวุโสของ “สมเด็จพระพุฒาจารย์โต” ที่เป็นที่โด่งดังมากในเรื่องของพระเครื่อง ซึ่งนักนิยมสะสมพระเครื่อง จะรู้จักชื่อเสียงท่านเป็นอย่างดี

          เยี่ยมชมอุโบสถเก่าแก่ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยปลายอยุธยา ต้นรัตนโกสินทร์ ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมล้อมรอบ เขียนด้วยสีฝุ่นผสมยางไม้ เป็นเรื่องราวของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระเจ้าสิบชาติ และที่ประตูด้านหน้าของอุโบสถ 2 บาน และประตูด้านหลังของอุโบสถ 1 บาน ก็มีภาพเขียนด้วยเช่นกัน

 

เทศบาลตำบลอัมพวา 

          เป็นอาคารไม้สูง 2 ชั้น ช่องลมเหนือประตูหน้าต่างตกแต่งลวดลายด้วยไม้ฉลุลายอย่างสวยงาม ได้รับการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ภายใต้โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม

 

โฮมสเตย์แห่งแรกคือบ้านแม่อารมย์โฮมสเตย์ริมน้ำ

          เจ้าแรก อายุเก่าแก่ UNESCO ให้เป็นบ้านอนุรักษ์ของชุมชนอัมพวา ปี 2008 โฮมสเตย์นี้อายุกว่า 100 ปี เป็นบ้านอนุรักษ์ภายใต้โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม และเป็นโฮมสเตย์ที่เข้าร่วมโครงการกับมูลนิธิชัยพัฒนา



Blog ที่เกี่ยวข้อง

  • blog-image

    กล้วยกวน

    น้ำผึ้ง ผึ้งโพรงไทย

    สมุทรสงคราม อัมพวา

    “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านกล้วยกวนเพชรสมุทร(โรงเจ)”…
  • blog-image

    ขนมเปี๊ยะโบราณ

    น้ำผึ้ง ผึ้งโพรงไทย

    สมุทรสงคราม อัมพวา

    ขนมเปี๊ยะ เฮงกี่ ขนมเปี๊ยะโบราณส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น…
  • blog-image

    อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ ร.2

    แหล่งท่องเที่ยว

    สมุทรสงคราม อัมพวา

    แวะอุทยาน ร.2 ชมเรือนไม้โบราณอายุกว่า 100 ปี และสวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิด…
  • blog-image

    ชุดเบญรงค์ชุดแก้วน้ำ / ชุดกาแฟ (ลายจักรีขด)

    น้ำผึ้ง ผึ้งโพรงไทย

    สมุทรสงคราม อัมพวา

    เครื่องเบญจรงค์เป็นเครื่องถ้วยที่มีการลงสีที่พื้นและลวดลาย…
  • blog-image

    นายศักดา  เพชรดารากุล

    ภูมิปัญญา/ปราชญ์

    สมุทรสงคราม อัมพวา

  • blog-image

    ชานชาลา อัมพวา (chancala amphawa) อัมพวา

    ที่กิน

    สมุทรสงคราม อัมพวา

    ชานชาลา อัมพวา จะเป็นร้านขายพวกเครื่องดื่ม มีที่นั้งโดยเราสามารถซื้อพวกของทานต่างๆจากด้านนอกเข้ามาทานในร้านได้…