อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ร.2


 

อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  

          อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรือ อุทยาน ร.2 ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม มีเนื้อที่ 11 ไร่ บริเวณที่ก่อสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์นี้ พระราชสมุทรเมธี เจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยาราม เป็นผู้น้อมเกล้าฯ ถวาย ซึ่งที่บริเวณนี้มี ความสำคัญเพราะเป็นที่พระราชสมภพของรัชกาลที่ 2

          อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้รับการพัฒนาปรับปรุงตลอดมาในปัจจุบันแบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 ส่วน

  • ส่วนที่ 1

          พิพิธภัณฑ์ขนมไทยในอุทยาน ร.2  นับเป็นพิพิธภัณฑ์ล่าสุดที่เข้ามาอยู่ในการดูแลของอุทยานฯ โดยใช้พื้นที่ของเรือนไม้โบราณอายุกว่า 100 ปี ที่อุทยานได้รับมอบและนำมาปรับปรุงขึ้นใหม่ในพื้นที่อุทยาน โดยมีชื่อเรือนว่า “อาศรมศึกษา” ซึ่งเดิมใช้เป็นสถานที่อ่านหนังสือสำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป และในปัจจุบันได้ใช้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ขนมไทย  โดยแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 2 ชั้นเรือน ได้แก่

          ชั้นบน  จัดแสดงขนมไทย (จำลอง) ชนิดต่างๆ และอาหารตามบทพระราชนิพนธ์ “กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน” ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ที่กล่าวถึงชื่ออาหารคาว 15 ชนิด  อาหารหวาน 15 ชนิด อาทิเช่น (ชื่ออาหาร และขนมที่นำไปแสดง) และขนมประเภทต่างๆกว่า 100 ชนิด    นอกจากนี้ยังจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆที่ใช้ในการทำขนม อาทิเช่น กระต่ายขูดมะพร้าวรูปแบบต่างๆ   เช่น เต่า ตะกรวด แมว เป็ด เป็นต้น

          ชั้นล่าง  จัดแสดงเรื่องราวของรูปแบบการจัดจำหน่ายขนม เช่น รถพ่วง  รถเข็น  เรือพาย พิพิธภัณฑ์ขนมไทย

  • ส่วนที่ 2

โรงละครกลางแจ้ง มีเนินลดหลั่นสำหรับชมการแสดง และปลูกพันธุ์ไม้ต่างๆ เป็นที่นั่งพักผ่อนได้ ซึ่งวัตถุประสงค์ในการสร้างบริเวณนี้เพื่อจัดให้เป็นลานแสดง โขน ละคร ดนตรี ตามบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย นอกจากนี้ยังใช้ในการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นในโอกาสต่างๆ

  • ส่วนที่ 3

       3.1 เรือนไทยหมู่ 5 หลัง จัดเป็นพิพิธภัณฑ์วิถีไทยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ 4 หลัง และพิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอัมพวา อีก 1 หลัง พิพิธภัณฑ์วิถีไทยสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์(เรือนไทยหมู่ 5 หลัง) เรือนไทยหมู่ 5 หลัง จัดเป็นพิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตไทยสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ 4 หลัง โดยแบ่งการจัดแสดงออกเป็น ดังนี้

           3.1.1   เรือนชาย  เป็นการจัดแสดงเกี่ยวกับวิถีชีวิตของเด็กผู้ชายไทยในอดีต  เมื่อเด็กจำเริญวัยสมควรแก่การศึกษาเล่าเรียนจะถูกส่งไปศึกษากับพระสงฆ์ตามวัด  วิชาที่พระสงฆ์สอนอาจเป็นวิชาช่างศิลปะ  วิชาหนังสือธรรมะ  เพื่อว่าเมื่อเด็กเจริญเติบโตจะได้รับราชการเป็นขุนนาง  เด็กชายเมื่อจะไปเรียนนั้น  ก็จะนำกระดานชนวนและดินสอที่ทำจากหินไปด้วย  เพื่อใช้หัดอ่านเขียน  นอกจากนี้ยังจัดแสดงเกี่ยวกับการละเล่นสมัยโบราณ “หมากสกา”  เครื่องดนตรีไทย

          3.1.2  เรือนกลาง  (เรือนประธาน)  ภายในห้องแบ่งการจัดแสดงออกเป็นห้องต่างๆ  อาทิ  ห้องพระ  ห้องนอน  ห้องนวดประคบ  และห้องแต่งตัว  ซึ่งในห้องแต่งตัวจะจัดจำลองให้เห็นถึงวิถีชีวิตของหญิงไทยในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่รู้จักการแต่งกายให้มีความงามตามลักษณะกุลสตรีไทย  รู้จักดัดแปลงสิ่งที่ได้จากธรรมชาติมาปรุงเป็นเครื่องสำอางค์ใช้ประทินผิว  เช่น  การปรุงเครื่องร่ำน้ำหอมนำมาประพรม  ลูบไล้ผิวกายให้มีกลิ่นหอม หรือใช้แป้งร่ำ  แป้งพวง  ผัดผิวให้จับนวล  เป็นต้น 

          นอกจากนี้  ยังจัดแสดงศิลปวัตถุสมัยต้นรัตนโกสินทร์ในยุครัชกาลที่ 2 อย่างเช่น เครื่องถ้วยเบญจรงค์อีกด้วย สำหรับภายนอกห้องจัดแสดงเกี่ยวกับสำรับกับข้าวคาวหวาน  ตามบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  รัชกาลที่ 2

  • เครื่องคาว  เช่น  มัสมั่นเนื้อ  แกงเทโพ  ก้อยกุ้ง  พล่าเนื้อสด  หลน  ล่าเตียง  ฯลฯ

  • เครื่องหวาน  เช่น  ลูกตาลเชื่อม  ลูกชิดลอยแก้ว  ข้าวเหนียวมะม่วง  ฯลฯ

          3.1.3  เรือนหญิง  เป็นการจัดแสดงเกี่ยวกับวิถีชีวิตของเด็กหญิงในอดีตที่จะศึกษาเล่าเรียนวิชาการบ้านการเรือนและวิชาช่างฝีมืออยู่กับบ้าน  เพื่อที่จะเตรียมตัวเป็นแม่ศรีเรือนที่ดีในอนาคต  เช่น  สอนวิชาการร้อยมาลัย  การทำบายศรี  และจัดแสดงเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก  การกล่อมลูกตามแบบโบราณ พิพิธภัณฑ์วิถีไทยสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์

   3.2 พิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอัมพวา

          เดิมเรือนกลางน้ำนี้ จัดเป็นหอสมุดพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ตั้งอยู่กลางน้ำตามลักษณะหอไตร เพื่อกันปลวกมดทำลายหนังสือ ซึ่งเป็นหอสมุดแบบฉบับของไทยสมัยโบราณ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้หอสมุด จึงได้ก่อสร้างอาคารหลังใหม่แทนและให้ใช้เป็นที่ซ้อมโขนและ เก็บเครื่องดนตรีไทย ต่อมาจึงจัดเป็นพิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอัมพวาตามลำดับ

ภายในพิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอัมพวา แบ่งออกเป็น 7 เรื่อง ได้แก่

          3.2.1 วิถีชีวิต อัมพวายังคงเอกลักษณ์ของวิถีชีวิตแบบชุมชนริมน้ำที่มีความเจริญด้านเกษตรกรรม การค้า และการประมงพื้นบ้านตลอดจนหัตถกรรม เช่น เบญจรงค์ หัตถกรรมจากมะพร้าว เป็นต้น ผลผลิตทางการเกษตรของชุมชนอัมพวา ได้แก่ ส้มแก้ว มะพร้าว ลิ้นจี่พันธุ์ค่อมลำเจียก ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ เป็นต้น การประมงพื้นบ้าน เช่น การตกกุ้ง การจับปลาโดยใช้โพงพางเป็นวิถีของคนแม่กลองโดยเฉพาะบริเวณปากคลองสายต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีปลาและสัตว์น้ำชุกชุมเนื่องจากอุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งอาหารของสัตว์น้ำ นอกจากนี้ยังมีการใช้เรือประเภทต่างๆ ได้แก่ เรือผีหลอก เรือสำปั้น เรือป๊าบ หรือเรืออีป๊าบ เรือมาด เรือบด และเรือกระแซง เป็นต้น

          3.2.2  วัด เป็นเหมือนศูนย์กลางของชุมชน อัมพวาเป็นชุมชนดั้งเดิมริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง จึงมีวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมน้ำมากมาย ซึ่งสะท้อนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมผ่านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมดังปรากฏอยู่ในวัดต่างๆ อาทิ วัดอัมพวันเจติยาราม วัดบางกะพ้อม วัดพระยาญาติ วัดบางแคใหญ่ วัดปากน้ำ วัดท้องคุ้ง วัดภุมรินทร์กุฎีทอง เป็นต้น

          3.2.3 บ้าน สถาปัตยกรรมเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตชาวน้ำ บ้านไม้จำนวนมากอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปี หันหน้าเข้าหาคลอง ยกใต้ถุนสูง มีศาลาท่าน้ำและบันไดริมน้ำ บ้านเรือนในอัมพวามีหลายรูปแบบ คือ เรือนไทย เรือนแถวไม้ริมน้ำ เรือนแพ และเรือนพื้นถิ่น ความพยายามในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมบริเวณสองฝั่งคลอง ทำให้ชุมชนอัมพวาได้รับรางวัลอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโกใน พ.ศ. 2551 อีกด้วย

          3.2.4 ชุมชนริมน้ำ เอกลักษณ์ของอัมพวา คือ วิถีชีวิตและความเป็นชุมชนริมน้ำของกลุ่มชาติพันธุ์และความเชื่อที่หลากหลาย ทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยจีน ชาวไทยเชื้อสายมอญ และชาวไทยมุสลิม ก่อให้เกิดชุมชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชุมชนริมน้ำในจังหวัดสมุทรสงคราม ได้แก่ ชุมชนริมคลองอัมพวา ชุมชนแม่กลอง ชุมชนคลองบางน้อย ชุมชนท่าคา ชุมชนบางนกแขวก ชุมชนยี่สาร เป็นต้น

          3.2.5 การดนตรี อัมพวามีศิลปินที่เกิดในจังหวัดสมุทรสงครามหลายท่าน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางด้านการดนตรี  เช่น หลวงประดิษฐ์ไพเราะเป็นมือระนาดเอกที่มีชื่อเสียง  ครูเอื้อ  สุนทรสนานมีความสามารถการร้อง  การแต่งเพลงไทยสากล  และได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกใน  พ.ศ. 2552  ให้เป็นบุคคลดีเด่นด้านวัฒนธรรม  ดนตรีไทยสากล  ทูล  ทองใจ  นักร้องเพลงลูกทุ่งชาวอัมพวา  เจ้าของฉายา  ”เทพบุตรเสียงกังสดาล”  เป็นต้น

          3.2.6 อาหารและขนมอัมพวามีพืชพรรณธัญญาหารที่อุดมสมบูรณ์และด้วยความหลากหลาย  ทางวัฒนธรรมของผู้คนในอัมพวา  จึงทำให้ชาวอัมพวาสามารถทำอาหารคาวหวานมีรสชาติอร่อย  ได้แก่ ปลาทูแม่กลอง  กุ้งแม่น้ำ  กะปิคลองโคน  กาแฟโบราณ  ขนมเปี๊ยะ  นอกจากนี้ชาวอัมพวายังมีการถนอมอาหารด้วยกรรมวิธีที่สืบทอดกันมา  เช่น  มะนาวดอง  ผักกาดดอง  หอยดอง  ไข่เค็ม  และผลไม้ดองต่างๆ

          3.2.7 วัฒนธรรมประเพณีอัมพวา  ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมอันงดงาม  มีกิจกรรมประเพณีต่างๆในรอบปีที่สำคัญ  เช่น

  • มกราคม  งานปีใหม่  งานสุนทราภรณ์คืนถิ่น  งานไหว้เจ้าพ่อกวนอู

  • กุมภาพันธ์  งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

  • มีนาคม  งานแห่หลวงพ่อเขาตะเครา  งานก่อพระเจดีย์ทรายและปิดทองหลวงพ่อดำ

  • เมษายน  เทศกาลสงกรานต์

  • มิถุนายน  ไหว้ศาลปู่ย่าลานนาคะวะรังค์  และงานไหว้เจ้าพ่อกวนอู

  • สิงหาคม  ใส่บาตรทางน้ำวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

  • กันยายน  ใส่บาตรขนมครก  งานฉลองโบสถ์อาสนวิหารแม่พระบังเกิด

  • ตุลาคม  เทศกาลกินเจ  ใส่บาตรเทโว

  • พฤศจิกายน  ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง

  • ธันวาคม  ใส่บาตรทางน้ำวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  งานไหว้พ่อปู่เขายี่สาร

3.3 อาคารทรงไทยหมู่ 9 หลัง ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และจัดแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระอัจฉริยภาพในทางศิลปกรรม  วรรณศิลป์ และดนตรีไทย ซึ่งอาคารหลังนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารในวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2549

  • ส่วนที่ 4

          สวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิด สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์แก่การศึกษาและอนุรักษ์พันธุ์ไม้ ภายในสวนมีพระที่นั่งสนามจันทร์จำลอง และประติมากรรม จากบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

  • ส่วนที่ 5

          พื้นที่ติดแม่น้ำแม่กลอง มีศาลาอเนกประสงค์สำหรับจัดกิจกรรม มีประติมากรรมชุด ฤาษีถวายลิง และมีเรือประพาสอุทยานซึ่งกระทรวงศึกษาธิการมอบให้มูลนิธิฯ เมื่อ พ.ศ. 2528 เคยใช้รับรองพระราชอาคันตุกะ และบุคคลสำคัญจากหลากหลายประเทศ และบริษัทอู่รัตนสุรีย์เป็นผู้บูรณะตกแต่งให้โดยไม่คิดมูลค่า ในปัจจุบันไม่ได้เปิดให้ประชาชนขึ้นชม นอกจากนี้ยังมีซุ้มจำหน่ายเครื่องดื่ม

  • ส่วนที่ 6

          พื้นที่สวนเกษตร ดำเนินการจัดสวนและทำสวนเกษตรตามแนวพระราชดำริ

         
          เวลาการเปิด-ปิด โดยในวันจันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 08.30-17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 08.30-17.30 น. อัตราเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท



Blog ที่เกี่ยวข้อง

  • blog-image

    นายศักดา เพชรดารากุล

    ภูมิปัญญา/ปราชญ์

    สมุทรสงคราม อัมพวา

    เชี่ยวชาญทำเบญจรงค์ลายโบราณ และความสามารถในการให้สีสันและลวดลายที่สวยงามลงตัว…
  • blog-image

    หมี่กรอบโบราณทรงเครื่อง 

    อาหารพื้นถิ่น

    สมุทรสงคราม อัมพวา

  • blog-image

    กล้วยกวน

    น้ำผึ้ง ผึ้งโพรงไทย

    สมุทรสงคราม อัมพวา

    “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านกล้วยกวนเพชรสมุทร(โรงเจ)”…
  • blog-image

    บ้านทองโบราณ (Baan Thong Boran)

    ที่กิน

    สมุทรสงคราม อัมพวา

    ร้านนี้อยู่ที่ตลาดน้ำอัมพวา เป็นร้านริมน้ำ มีที่นั่งทั้งส่วนในร้าน…
  • blog-image

    นางสมจิตร  เปรมศรทอง

    ภูมิปัญญา/ปราชญ์

    สมุทรสงคราม อัมพวา

  • blog-image

    เบญรงค์ชุดน้ำชากาแป้นใหญ่ (ลายจักรี)

    น้ำผึ้ง ผึ้งโพรงไทย

    สมุทรสงคราม อัมพวา

    เครื่องเบญจรงค์เป็นเครื่องถ้วยที่มีการลงสีที่พื้นและลวดลาย…