ประเพณีของชาวม้ง


พิธีกรรม คือการแสดงออกถึงความเชื่อตั้งแต่เกิดจนถึงตาย มีพิธีกรรมเกี่ยวกับชีวิต พิธีกรรมตามฤดูกาล ตามเทศกาลหรือวันสำคัญที่กระทำสืบต่อกันมา

 

          พิธีกินข้าวใหม่ เพราะข้าวใหม่เป็นข้าวที่มีความหอม นุ่มและอร่อยมาก บุคคลหรือครอบครัวที่มีความสามารถทำข้าวใหม่ได้ และเชิญชวนญาติพี่น้อง หรือแขกผู้มีเกียรติมาร่วมรับประทานได้ ถือว่าบุคคลนั้นเป็นคนขยันทำมาหากิน และเป็นคนมีจิตใจกว้างขวางในสังคม เพราะข้าวใหม่นั้นกว่าจะทำมากินได้ ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน และใช้เวลานาน ดังนั้นพิธีกินข้าวใหม่ จึงถือเป็นพิธีที่สำคัญพิธีหนึ่ง

       ขั้นตอนการทำข้าวใหม่

  1. เลือกเกี่ยวข้าวที่เริ่มสุก เมื่อปลายรวงข้าวเริ่มเหลือง

  2. นำข้าวที่เกี่ยวได้มานวด ให้ได้ข้าวเปลือก

  3. นำข้าวเปลือกมาคั่ว จนเมล็ดข้าวแข็ง

  4. นำมาตากลมให้เย็น

  5. นำมาตำด้วยครกกระเดื่อง

  6. นำมาหุงโดยใช้กระทะใบบัวต้ม ช่วงนี้ต้องระวังอย่างมาก เพราะข้าวจะเละเกินไป

  7. นำกระชอนใบใหญ่มาตั้งไว้บนกะละมัง แล้วตักข้าวในกระทะใส่ในกระชอน

  8. นำข้าวที่สะเด็ดน้ำแล้วมานึ่งในรังถึงจนสุก

  9. เก็บน้ำข้าวไว้ดื่ม หอม อร่อยมาก

  10. ฆ่าไก่ หรือหมู จำนวนตามต้องการ และฐานะของเจ้าภาพ

 

     พิธีการกินข้าวใหม่ เมื่อเตรียมข้าวของพร้อมแล้ว

  1. จัดตั้งโต๊ะอาหาร

  2. เจ้าภาพจะทำพิธีเรียกบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว มาร่วมกินข้าวใหม่ก่อน

  3. เชิญแขกผู้หลักผู้ใหญ่และญาติพี่น้องที่มานั่งประจำโต๊ะอาหาร

  4. เชิญแขกผู้หลักผู้ใหญ่ในโต๊ะอาหาร อาจมีใครคนใดคนหนึ่งยืนขึ้นเพื่อกล่าวขอบคุณ และอวยพรให้แก่เจ้าภาพ

  5. หลังกล่าวขอบคุณและอวยพรแล้ว ร่วมรับประทานอาหารข้าวใหม่ตามอัธยาศัย

 

          พิธีสู่ขวัญตั้งชื่อ การสู่ขวัญตั้งชื่อจะทำการสู่ขวัญหลังเด็กเกิดได้สามวัน สมมุติว่าเด็กเกิดวันที่ 1 มกราคม 2546 จะมีพิธีสู่ขวัญตั้งชื่อในวันที่ 4 มกราคม 2546 โดยมากชื่อที่ตั้งขึ้นนั้น พ่อแม่เด็กจะเป็นผู้ตั้งให้เอง แต่ถ้าพ่อแม่เด็กไม่ทราบว่าจะตั้งชื่อว่าอย่างไรดี จะไพเราะจะเป็นสิริมงคล ก็จะให้ทางฝ่ายญาติที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ตั้งให้ หรือหมอขวัญตั้งให้ก็ได้ ชื่อที่ตั้งจะมีพยางค์เดียว เช่น “ตั่ว” แปลว่าคนที่หนึ่ง หรือ “เหย่อ” แปลว่า น้องคนสุดท้อง เป็นต้น

ขั้นตอน / วัสดุอุปกรณ์ ผู้เป็นพ่อและแม่ต้องเตรียมในการตั้งชื่อสู่ขวัญ ประกอบด้วย

  1. ไก่ 3 ตัว

  2. ไข่ไก่ 1 ฟอง

  3. ธูป 3 ดอก

  4. ข้าวสาร 1 ถ้วย

  5. หมอสู่ขวัญ

พิธีกรรม เช้าวันที่สาม ของวันเกิด

  1. เตรียมไก่ 2 ตัว ให้หมอขวัญถือไว้

  2. ตั้งขันที่ใส่ข้าวสาร ไข่ไก่ ธูป ตั้งไว้ที่ประตูบ้าน

  3. หมอขวัญทำพิธีสู่ขวัญ

  4. หลังพิธีสู่ขวัญ นำไก่ไปฆ่าถอนขนทำความสะอาด แล้วนำไปต้มพร้อมไข่

  5. นำไก่ที่ต้มและไข่ไปใส่ถาดตั้งที่ประตูอีกครั้งหนึ่ง

  6. หมอขวัญประกอบพิธีขวัญอีกครั้งหนึ่ง

  7. หลังเสร็จพิธีสู่ขวัญ หมอขวัญจะทำนายดวงชะตาของเด็กจากไก่ โดยยึดจาก สิ่งของต่อไปนี้ - ตีนไก่ - ตาไก่ - กะโหลกไก่ - กระดูกไก่ - ลิ้นไก่

 

          พิธีสู่ขวัญตั้งชื่อสู่วัยผู้ใหญ่ คนชาวม้งถือว่าพิธีสู่ขวัญตั้งชื่อสู่วัยผู้ใหญ่เป็นพิธีที่มีสิริมงคลที่ดี การเปลี่ยนชื่อนี้จะเปลี่ยนในช่วงระยะเวลากลาง ๆ ของชีวิตคนต้องเป็นผู้ชายที่แต่งงานและมีบุตรแล้วเท่านั้น เช่นชื่อเดิมว่า “ป๋อ"ว่า คนที่หนึ่ง เมื่ออายุระหว่าง 25 – 30 ปี แต่งงานและมีบุตรแล้ว จะเปลี่ยนชื่อเป็น หน่อป๋อ หนึ่งพยางค์เป็นสองพยางค์เป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องมีชื่อเดิม ผสมอยู่ด้วยเสมอไป อาจจะตั้งชื่อใหม่เลยก็ได้ แต่ที่นิยมก็คือ ต้องมีชื่อเดิมผสมอยู่ด้วย การตั้งชื่อสู่วัยผู้ใหญ่นี้ ส่วนใหญ่จะให้เกียรติแก่พ่อตา (พ่อของภรรยา) เป็นคนเลือกชื่อให้

ขั้นตอน / วัสดุอุปกรณ์ ผู้เป็นพ่อและเป็นแม่ต้องเตรียมในการตั้งชื่อสู่ขวัญ

  1. หมู 2 ตัว

  2. เหล้า 3 แกลลอน

พิธีกรรม เมื่อแขกและญาติพี่น้องมาพร้อมแล้ว

  1. ฆ่าหมูเพื่อทำอาหาร

  2. เมื่ออาหารพร้อมแล้ว เชิญแขกและญาติขึ้นประจำโต๊ะอาหาร

  3. เจ้าภาพจะรินเหล้าให้แขกและญาติที่ขึ้นนั่งประจำโต๊ะอาหารคนละ 1 แก้ว

  4. เจ้าภาพจะแจ้งวัตถุประสงค์ที่ได้เชิญแขกมาในครั้งนี้ให้ทราบและขอให้แขกและญาติที่เชิญมานั้นให้ช่วยเลือกชื่อให้คนที่จะเปลี่ยนชื่อนั้น

  5. แขกและญาติที่เชิญมาจะทำการปรึกษาหารือ เพื่อเลือกชื่อใหม่ให้แก่คนนั้น ถ้าคนที่จะเปลี่ยนชื่อนั้นยังมีพ่อตาอยู่ แขกและญาติที่เชิญมาจะให้เกียรติแก่พ่อตา ให้เป็นคนเลือกก่อน และส่วนใหญ่พ่อตาเลือกชื่อได้อย่างไรคนส่วนใหญ่จะเอาด้วยเสมอ

  6. หลังจากเลือกชื่อได้แล้วเจ้าภาพจะเชิญแขกและญาติๆที่นั่งประจำโต๊ะอาหารให้ดื่มเหล้า 1 รอบ และในช่วงนี้เองจะทำการสู่ขวัญเรียกตามชื่อใหม่ที่เลือกได้แล้ว

  7. หลังพิธีสู่ขวัญ เจ้าภาพจะเชิญแขกและญาติ ๆ ที่นั่งประจำโต๊ะอาหารดื่มเหล้าอีก 3 รอบ

  8. ในกรณีที่พ่อตาเป็นคนเลือกชื่อใหม่ให้ลูกเขย หลังจากเสร็จขั้นตอน ข้อ 1-7 แล้ว จะต้องฆ่าหมูตัวที่ 2 เพื่อทำอาหารจัดเลี้ยงขอบคุณพ่อตาอีกครั้งหนึ่ง จึงจะถือว่าเสร็จพิธี

          พิธีงานศพ เมื่อมีคนตายเกิดขึ้นในบ้าน ชาวม้งจะนำศพมาแต่งชุดม้งใหม่ ๆ (ชุดม้งนี้สามารถทำไว้ล่วงหน้าได้ คือเตรียมชุดม้งไว้ก่อน กรณีที่ตายอย่างกระทันหัน อาจจะใส่ชุดม้งที่ใหม่กว่าทุก ๆ ชุดที่มีในบ้านก็ได้) สำหรับการแต่งกายให้ศพด้วยชุดใหม่ และเครื่องประดับนั้น ชาวม้ง เชื่อว่า ยิ่งแต่งกายและใส่เครื่องประดับให้กับศพมากเท่าไร่ยิ่งดี เพราะชาวม้งเชื่อว่า เมื่อผู้ตายไปเกิดใหม่ จะมีฐานะร่ำรวยมีทรัพย์สินเงินทองมากเท่านั้น

          การเตรียมกระดาษเงินกระดาษทองไว้ไหว้ศพ ก็เพื่อให้คนตายได้มีเงินทอง โดยการเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้คนตาย ผู้ที่จะบอกได้ว่าคนตายรับรู้ว่าญาติพี่น้องส่งของไปให้หรือไม่ให้ก็คือ “ Cuab Tsav”ที่สามารถพูดคุย และคอยบอกคนตายได้

          การไหว้ศพจะทำพิธีไหว้ 3 เวลา คือ ตอนเช้า ตอนกลางวัน และตอนเย็น เวลาไหว้จะจุดธูป 1 ดอก หรือ 3 ดอกก็ได้ โดยจะมีหมอแคนเป่าแคนและมีคนร้องเพลงม้ง ในพิธีศพตลอดระยะเวลาที่ตั้งศพไว้ การจะเก็บศพไว้กี่วันนั้น อยู่ที่ฐานะของญาติ ถ้าญาติมีฐานะดีก็จะเก็บไว้ 7 วัน ถ้าฐานะไม่ค่อยดีจะเก็บศพไว้ 3 วัน

          ก่อนนำศพไปฝัง 1 วัน จะมีพิธีไหว้ศพ คือญาติพี่น้องจะนำกระดาษเงินกระดาษทองมาไหว้ เวลาไหว้จะนำกระดาษนั้นมาคล้องตัว และจุดธูปไหว้แล้ว จะนำกระดาษนั้นไปเผา

          การทำพิธีที่เรียกว่า “คัวจือ“ การจะเสี่ยงดูว่าดวงวิญญาณของคนตาย จะรับรู้การส่งกระดาษเงินกระดาษทองไปให้แล้วหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีพิธีอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า “เต๊อะเก๋” เป็นพิธี ที่ใช้ไม้ไผ่ผ่าครึ่งเป็น 2 อัน แล้วนำมาเสี่ยงโยน ถ้าไม้ไผ่หงายหรือคว่ำทั้ง 2 อันแสดงว่าดวงวิญญาณไม่รับรู้ ถ้าไม้ไผ่คว่ำ 1 อัน หงาย 1 อัน แสดงว่าดวงวิญญาณรับรู้แล้ว การที่ดวงวิญญาณไม่รับรู้จะต้องโยนไม้ไผ่ใหม่ จนกว่าการเสี่ยงทายจะรับรู้

          เมื่อเสร็จพิธีแล้วจะนำศพไปฝัง โดยเคลื่อนย้ายไปที่ที่เตรียมไว้สำหรับฝัง ก่อนทำพิธีฝังจะเตรียมวัวไว้ฆ่าเพื่อเซ่นดวงวิญญาณให้กับคนตาย จะได้มีความสุขไม่รบกวนญาติพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่

          การฆ่าวัว เมื่อฆ่าเสร็จแล้ว จะนำเนื้อวัวแจกจ่ายให้กับผู้ที่มาร่วมงานฝังศพนั้น จากนั้นก็จะนำศพไปฝัง การขุดหลุมฝังศพจะเลือกพื้นที่ที่มีภูเขาโอบล้อมรอบ ถึงว่าเป็นสภาพที่มีความสมบูรณ์ดี เมื่อจะยกศพลงหลุม หากเป็นพ่อหรือแม่ตาย ก็จะให้ลูก ๆ ช่วยกันยกโลงศพ ในส่วนที่เป็นด้านศีรษะของผู้ตาย เพราะเชื่อว่าเป็นการดูแลและตอบแทนบุญคุณ เป็นครั้งสุดท้าย ส่วนญาติให้ยกในส่วนที่เหลือ พื้นหลุมศพจะมีความลาดเอียง โดยด้านศีรษะจะสูง ส่วนด้านเท้าจะต่ำกว่า เพราะชาวม้งเชื่อว่า การวางนอนในลักษณะนี้ เป็นการนอนแบบสบายเมื่อตอนที่ยังมีชีวิตอยู่

          การกลบหลุมศพ เมื่อกลบหลุมศพแล้ว จะมีการทำเครื่องหมายไว้ อาจจะเป็นรั้วล้อมรอบ หรือทำดินให้สูงขึ้นมาเพื่อให้ผู้อื่นเห็นชัดเจน ว่าเป็นหลุมฝังศพ

          การฆ่าวัวเพื่อเซ่นไหว้ก่อนฝังศพ หากพี่ชายตายจะให้น้องสาวเป็นผู้หาวัวมาให้ฆ่า แต่ต้องเป็นพี่น้องที่เกิดจากท้องเดียวกัน หากเป็นพี่สาวตาย ก็จะให้พี่ชายหรือน้องชายเป็นผู้หามาให้

          ประเพณีปีใหม่ สืบเนื่องมาจากการทำมาหากินโดยปกติเอง การทำมาหากินของพี่น้องชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จะมุ่งทำงานตลอดปีโดยไม่มีการหยุดพักผ่อน จะมีเวลาว่างงาน ช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม เล็กน้อย เพราะเป็นปลายฤดูฝน เข้าสู่ฤดูร้อน และเป็นเวลาสิ้นสุดของปี 1 รอบพอดี คนเฒ่าคนแก่เขาจึงได้จัดให้มีการกินปีใหม่ในช่วงนี้ คือจะถือว่า ปีเก่าสิ้นสุดลง ในแรม 15 ค่ำเดือน 12 ทางจันทรคติ และวันขึ้น 1 ค่ำของเดือน 1 หรือเดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่เป็นประจำทุกปีไป จุดมุ่งหมายก็เผื่อเป็นการพักผ่อน เพื่อพบปะ สังสรรค์กัน ในหมู่ผู้หลักผู้ใหญ่ ส่วนหนุ่ม ๆ สาว ๆ จะไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือต่างหมู่บ้าน หรือเล่นโยนลูกช่วง ตีลูกช่วงสนุกสนานกันในหมู่บ้านก็ได้

  ขั้นตอน การเตรียมวัสดุ การเพื่อกินปีใหม่

  1. ข้าวของเกี่ยวกับพืชไร่ ต้องขนมาบ้านให้หมด

  2. ข้าวสาร

  3. ฟืน

  4. ไก่

  5. หมู

  6. ไข่ไก่

  7. กระดาษสีเทา แผ่นประมาณกระดาษหนังสือพิมพ์

  8. กระดาษเงิน กระดาษทอง

  9. ธูป

  10. เทียน

  พิธีกรรม ในวันแรม 15 ค่ำเดือน 12 ถือว่าเป็นวันสิ้นสุดปี จะทำพิธีการ ดังนี้

  1. ปัดเป่า กวาดสิ่งชั่วร้ายทั้งหลาย ภายในครอบครัวให้ไปกับปีเก่า

  2. เรียกญาติพี่น้องที่เป็นแซ่เดียวกัน มารวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ แล้วทำพิธีปัดเป่า สิ่งชั่วร้ายอีกครั้งหนึ่ง

  3. ทำพิธีสู่ขวัญ

  4. ทำพิธีเซ่นเจ้าที่ในบ้าน

  5. ทำพิธีเรียนบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว มารวมรับประทานอาหาร

  6. วันขึ้น 1 ค่ำเดือน 1 ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ ถ้าใครตื่นเช้า วันนี้จะเป็นคนตื่นเช้าตลอดไปในปีนี้ ถ้าใครตื่นสายก็จะสายตลอดไป วันนี้มีพิธีกรรมขั้นตอนหนึ่งเพื่อเรียกบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว มาร่วมรับประทานอาหาร และไหว้บรรพบุรุษเท่านั้น

  7. ตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำเป็นต้นไป ผู้เฒ่าผู้แก่จะปล่อยให้หนุ่ม ๆ สาว ๆ ไปเล่นโยนลูกช่วง ตีลูกขนไก่ เป็นเวลา 3 – 9 วัน เป็นอย่างน้อย บางปีมีถึง 11 วัน การโยนลูกช่วงระหว่างคู่หนุ่มสาว มีข้อแม้ว่า ถ้าเกิดจากแม่ที่มีนามสกุลแซ่เดียวกัน จะโยนลูกช่วงด้วยกันไม่ได้

          ประเพณีการแต่งงาน การเกี้ยวพาราสีในสมัยโบราณ หนุ่มสาวชาวม้งห้ามเกี้ยวพาราสีกันในบ้านเพราะจะผิดผี ฉะนั้น หนุ่มสาวจึงมักเกี้ยวพาราสีกันนอกบ้าน ใกล้ ๆ หมู่บ้าน ในตอนเย็นพวกหนุ่ม ๆ จะหอบผ้าห่มคนละผืน ไปอยู่นอกบ้านของสาวคนรัก เมื่อปะว่าพ่อแม่ของสาวนอนหลับแล้ว หนุ่มคนรักจะเข้าไปอยู่ข้าง ๆ ห้องนอนของสาว จะกระซิบเรียกเบา ๆ ให้สาวคนรักออกมาเพื่อไปพลอดรักกันนอกบ้าน บางทีก็จะใช้เครื่องดนตรีที่เรียกว่า “จาง” เป่าเบา ๆ เรียกสาวออกมา ถ้าการกระซิบเสียงดัง พ่อแม่ได้ยินก็จะดุด่าหนุ่ม ฝ่ายหนุ่มจะนั่งเงียบไม่ให้ตอบ ถ้าตอบจะถูกปรับเป็นเงิน 4 เท (ประมาณ 40 บาท)


สินค้าที่เกี่ยวข้อง

  • blog-image

    มังคุดกวน

    ชุมชน : บ้านหลวง

  • blog-image

    ทุเรียนกวน

    ชุมชน : บ้านหลวง


Blog ที่เกี่ยวข้อง

  • blog-image

    ชุมชนบ้านหลวง

    วิถีชีวิต/ถ้อยคำ

    เชียงใหม่ บ้านหลวง

    ความหลากหลายของชาติพันธุ์ ทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์…
  • blog-image

    ประเพณีของชาวปกาเกอะญอ

    ประเพณี/วัฒนธรรม

    เชียงใหม่ บ้านหลวง

    เนื่องจากพื้นที่ตำบลบ้านหลวงมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์…
  • blog-image

    ผ้าซิ่นลายน้ำไหล (แบบตัดเย็บแบบถุงสำเร็จ)

    น้ำผึ้ง ผึ้งโพรงไทย

    เชียงใหม่ บ้านหลวง

    ลายน้ำไหลบนผืนผ้าที่มาจากธรรมชาติล้อมตัวของชาวบ้าน…
  • blog-image

    ผ้าคลุมไหล่ (ขนาดกลาง)

    น้ำผึ้ง ผึ้งโพรงไทย

    เชียงใหม่ บ้านหลวง

    ฝีมือการทอที่ประณีต มีความละเอียดของลวดลาย และ ความคิดสร้างสรรค์ของการเลือกสีมาใช้ในผืนผ้า…
  • blog-image

    เส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน

    แหล่งท่องเที่ยว

    เชียงใหม่ บ้านหลวง

    อยู่ตรง กม.ที่ 42 ของถนนสายจอมทอง-ยอดดอย อินทนนท์…
  • blog-image

    ประเพณีผีปู่ย่าหรือ พ่อหม่อน

    ประเพณี/วัฒนธรรม

    เชียงใหม่ บ้านหลวง

    ต้นตระกูลของคนของบ้านหลวงจอมทองได้สืบเชื้อสายมาจากลัวะ…